|
ลดอั๋นแบบไม่ขยันออกกำลังกาย
วันนี้มีสาระนิดนึง ด้วยหัวข้อฮอตฮิตอัมตะนิรันดร์กาล อยากลดน้ำหนัก แต่ไม่ค่อยขยันออกกำลังกาย
ข้อแนะนำนี้ได้มาจากสูตินรีแพทย์(หนุ่มรูปหล่อมากกกก) ที่รักษากันจนเลื่อนขั้น กลายเป็นเพื่อนกันไปแล้ว
คุณหมอเค้าว่าให้เริ่มต้นด้วยเปลี่ยนนิสัยการทานอาหาร ทานให้ได้วันละห้าหรือหกมื้อ
ใช่แล้วค่ะอ่านไม่ผิดหรอกใ ห้ทานห้าหรือหกมื้อในแต่ละวัน
เริ่มต้นด้วยมื้อเช้า ทานให้หนักให้อิ่มแปร้ไปเลย อยากทานอะไรทานโลด โดยเฉพาะถ้าชอบเี้ค้กชอบของหวานย้ายมาไว้เมนูเช้านี่เลย
มื้อที่สอง ระหว่างเช้าและเที่ยง ทานอะไรก้อได้ที่อยากทานแต่ให้ทานแต่น้อย ประมาณเค้กซักชิ้นน้อย หรือคุกกี้สองสามชิ้น
มื้อที่สามมื้อเที่ยง ทานได้เต็มที่ ทานให้อิ่มที่สุดเท่าที่จะทำได้
มื้อที่สี่ ช่วงบ่ายๆ ระหว่างเที่ยงและมื้อเย็น ให้ทานผักหรือผลไม้นิดหน่อย ประมาณแอ็ปเปิลซักลูกหรือกล้วยหอมซักครึ่งใบประมาณนั้น
มื้อที่ห้า มื้อเย็น ให้เน้นโปรตีนและผักที่มีกากใยเยอะๆ พยายามหลีกเลี่ยงคาร์โบไฮเดรตนะคะ ทานแค่พออิ่ม ควรทานก่อนเข้านอนอย่างน้อยสามชั่วโมง
มื้อสุดท้าย ให้ดื่มนมพร่องหรือไร้มันเนยชนิดจืดอย่างน้อยครึ่งชั่วโมงก่อนเข้านอน
ถ้าสังเกตุจะเห็นว่าหมอแนะนำให้เน้นอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตก่อนเที่ยง และเน้นอาหารโปรตีน ผักผลไม้ที่มีกากใยสูงหลังเที่ยงไปแล้ว อาหารที่ต้องถูกย่อยสลายทานก่อนนอนอย่างน้อยสามชั่วโมง
อ้อลืมบอกตารางอาหารที่ว่ามา มื้อเช้าสำคัญที่สุดค่ะ ห้ามขาดห้ามงด
มันฟังดูขัดๆ ใช่มั้ย อยากลดน้ำหนักแต่ทำไม มาแนะนำให้กินกันกระจายขนาดนี้
คือมันเป็นอย่างนี้คะ หมออธิบายให้ฟังว่า ที่อาการอ้วนเกิดจากการสะสมของไขมัน เพราะฉะนั้นเราต้องทำให้ร่างกายเราเกิดกระบวนการเผาผลาญสารอาหารที่ได้รับมากขึ้นด้วยการบังคับให้เกิดการย่อยสลาย
ถ้าเราทานอาหารทุกๆสองหรือสามชั่วโมง กระเพาะอาหารและลำไส้ก้อต้องทำงานตลอดเวลา ระบบการดูดซึมสารอาหารก้อต้องใช้ัพลังงานทำงานตลอดเวลา ทำให้ไม่เกิดการสะสม ส่วนที่เกิดความต้องการก้อจะถูกขับถ่ายออกมาเอง
ก้อยังมีเสียงแย้งมาอีก ว่ากินเข้าไปซะขนาดนั้นมันจะย่อยหมดเรอะ
ขอบอกว่า ถ้าลองทำตามจะพบว่าเราทานอาหารได้ในประมาณที่น้อยลง เพราะจะรู้สึกว่าอิ่มอยู่ตลอดเวลา
ข้อห้ามอย่างเดียวที่หมอบอกมาคือ ห้ามนอนระหว่างมื้ออาหาร
อีกอย่างที่หมอบอกมาคือให้ดื่มน้ำสะอาดที่เย็นกว่าอุณหภูมิห้อง ดื่มให้ได้อย่างน้อยวันละหนึ่งลิตร อันนี้ก้ออีกเหมือนกัน หมออธิบายว่า พอดื่มน้ำเย็นอุณหภูมิในร่างกายเราก้อลดลง ร่างกายเราก้อจะใช้ัพลังงานทำงานหนักขึ้นเพื่อปรับอุณหภูมิภายในให้ปกติ
ช่วงเดือนแรกที่ทำตามคำแนะนำของหมอ น้ำหนักขึ้นไม่ต้องตกใจนะคะ เพราะพอร่างกายเราปรับตัวได้แล้วก้ิอจะเริ่มค่อยๆลดลงไปเอง
หนึ่งปีที่ผ่านมาอิชั้นลดไปแล้วเก้าปอนด์ (ปกติจะเพิ่มปีละสามถึงห้าปอนด์ค่ะ) ขอสารภาพว่าแทบไม่ได้ออกกำลังกายเลย นี่ถ้าออกกำลังกายให้สม่ำเสมอคงจะลดไปได้มากกว่านี้อีกเยอะ
ลองกันดูนะคะ ดีหรือไม่ดียังไง บอกเล่าเก้าสิบกันมามั่งละกัน
Posted on Tue 8 Apr 2008 10:55 |
|